อินโดนีเซียมุมมองใหม่…feel like FOOD HEAVEN…!!

หากพูดถึง “อินโดนีเซีย” สิ่งแรกๆที่หลายคนนึกถึง อาจจะเป็นความชิลของบาหลี ความขลังของบุโรพุทโธ หรือความสนุกของการเล่นเซิร์ฟแถวหาด Kuta หรือ Dubble Six แต่ถ้าใครได้มีโอกาสไปสัมผัสอีกหลายๆเมืองของอินโดนีเซีย คุณจะได้รู้จัก “Food Heaven” ที่แท้ทรูอีกรูปแบบเลยทีเดียว…ถ้าไม่เชื่อ ตามมา…!!!

เริ่มที่ “เมืองเซอมารัง” (Semarang) ที่ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 5 ของอินโดนีเซียและเป็นเมืองหลวงของชวาตอนกลาง เมืองนี้มีอาคารเก่าที่มีกลิ่นอายของชวาและยุโรปในยุคอาณานิคม ให้เดินชมมากมาย เพราะเซอมารังเคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญในยุคที่อินโดนีเซียถูกปกครองโดยฮอลแลนด์ แต่ถึงแม้เซอมารังจะเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์เข้มข้นแค่ไหน ความชิคในเมืองนี้ก็ยังมีให้นักท่องเที่ยวได้ไปชม ไปชิมอยู่ไม่น้อย ทั้งร้านอาหารเก๋ๆ คาเฟ่ชิคๆ ให้ได้ลองกันเพลินเลย ได้แก่..

“Spiegel Bar & Bistro” ตั้งอยู่ในย่าน Gombel ซึ่งถือเป็นถนนสำหรับสาย café hopper เพราะย่านนี้ถือเป็นแหล่งสุดชิลเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบสำรวจเมืองแบบเดินเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก และ Spiegel Bar & Bistro ก็เป็นร้านไฮไลต์ที่ใครมาย่านนี้ต้องห้ามพลาด ร้านนี้เน้นอาหารสไตล์ตะวันตก และเด่นเรื่อง Mocktail สายสุขภาพ ถ้าคุณได้จิบ Berry Smash หรือ Lychee Iced Tea ก็ได้ความสดชื่นไม่แพ้กัน

“Inn Café & Resto Rinjani” เป็นอีกร้านที่เด่นทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ไฮไลต์อยู่ที่วิวเมืองเซอมารังที่สามารถมองเห็นได้จากยอดตึก เพราะร้าน Inn Café & Resto Rinjani เป็นสไตล์ Roof top Bar & Café ที่เหมาะกับการ hang out แบบเพื่อนฝูงหรือทานอาหารแบบครอบครัวก็ได้ ใครอยากมาลองชิมมื้อกลางวันหรือเย็นที่นี่ เชิญได้ตามสะดวกเลยจ้า

มาอีกเมือง “เมืองยอร์กยาร์กาตา”(Yogyakarta)
เมืองนี้มีชื่อเล่นที่คนท้องถิ่นนิยมเรียกกันว่า “Jogja” ถือเป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษา เพราะเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยจำนวนมาก รวมทั้งเป็นเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมสไตล์ชวา มีทั้งผ้าบาติก ดนตรี บทกวี และการแสดงหนังตะลุง รวมถึงมีบูโรพุทโธ ซึ่งถือเป็นมหาเจดีย์ของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกเช่นกัน จะบอกให้ว่าเมืองนี้มีวัฒนธรรมอาหารชวาให้นักท่องเที่ยวได้มาลองเปิดโลกกันสนุกเลยทีเดียว ได้แก่…

“Omah Kecebong” คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมห้ามพลาด Omah Kecebong มีบริการทั้งห้องพักและกิจกรรมท้องถิ่นสุดพิเศษ พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ทั้งลองทำผ้าบาติกอินโด เล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้าน และได้ลองแต่งชุดท้องถิ่นเคบาย่า (Kebaya) แต่ไฮไลต์สุดพิเศษของที่นี่คือ เซทอาหารสไตล์อินโดชวาแท้ๆ แท้ขนาดให้เราได้ลองใช้มือทานกันอย่างจริงจัง แต่ถ้าใครไม่สะดวก ทางร้านก็มีช้อนส้อมเตรียมไว้ให้เช่นกัน เมนูห้ามพลาด คือ Gurame Baker หรือปลาหมักสมุนไพรทอด Tempe goring Tepung หรือเต้าหู้หมักทอด และ Gudangan หรือผักรวมทอด เสิร์ฟกับน้ำพริกเรียกว่า Sambal มาที่นี่ที่เดียว แล้วคุณจะรู้จักอินโดชวามากขึ้นเป็นกอง

“Abhayagiri Restaurant” จุดขายของที่นี่คือบุฟเฟ่ต์อาหารท้องถิ่นทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่มที่มีให้เลือกแบบละลานตา แต่สำหรับใครที่อยากทานแบบ East meets West ที่นี่ก็มีมุมอาหารนานาชาติให้ด้วยเช่นกัน นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้อิ่มท้องกับอาหารบุฟเฟ่ต์แล้ว ยังได้อิ่มใจกับวิวพาโนราม่าของยอร์กยาร์กาตาแบบธรรมชาติสุดลูกหูลูกตาที่มีภูเขา Merapi และวัด Prambanan เป็นไฮไลต์อีกด้วย

และอีกเมือง “เมืองสุราการ์ตา” (Surakarta) หรือที่คนท้องถิ่นมักเรียกด้วยชื่อเล่นว่า “Solo” ถือเป็นเมืองต้นตำรับอุตสาหกรรมผ้าบาติคของอินโดนิเซีย ส่วนเรื่องอาหาร โซโลเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเมืองแห่งอาหารท้องถิ่นโดยเฉพาะแนว street food ที่มีให้เลือกเดินกันหลายตลาด หลากบรรยากาศ และแล้วแต่ความหิวได้เลย ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่

“ย่าน Wedangan Pak Di” ที่นี่คุณจะได้เปิดโลกอาหารท้องถิ่นอินโดที่แท้ทรู อยู่ใกล้กับตลาด Pasar Legi สำหรับอาหารเช้า เขาก็มีโจ๊กคล้ายเมนูของไทยแต่ที่นี่เป็นโจ๊กไก่เครื่องแน่น เรียกว่า Bubur Ayam หรือจะเป็นข้าวแกงอินโด Nasi Liwet เมนูข้าวหุงด้วยน้ำซุปและกะทิเสิร์ฟกับไก่หรือเนื้อสัตว์อื่นๆ พร้อมมีไข่ น้ำพริกและเครื่องเคียงตามชอบ ส่วนใครนิยมขนม ต้องลองขนมครกอินโด Serabi ความเก๋อยู่ที่คนที่นี่นิยมแต่งรสด้วยชีส ช้อคโกแลตและกล้วย หรือจะเอาไปเป็นขนมราดน้ำกะทิน้ำตาลมะพร้าวก็ได้อีก

“ย่าน Pasar Gede” ถือเป็นสวรรค์สำหรับสายชิมจุบจิบ ที่นี่มีของว่างทานเล่นให้เลือกเยอะมาก สิ่งแรกที่ต้องลองคือ Sate Kerang หรือ Sate Usus เป็นอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่นกกระทา หอยแครง และอีกมากมายนำมาปิ้งหรือต้ม ทานกับน้ำจิ้มซอสถั่วและเครื่องเคียง ถือเป็นเมนูยอดนิยมของชาวชวา จากนั้นอาจตบหวานด้วย Es Dawet ขนมหวานเย็นน้ำกะทิหอมน้ำตาลมะพร้าว หน้าตาอาจคล้ายลอดช่องที่เมืองไทย แต่รายละเอียดขอบอกว่าต้องลอง

อย่างที่บอกไว้ อินโดนีเซียไม่ได้มีแค่บาหลี ถ้าคุณลองเปิดใจมาทำความรู้จักอินโดนีเซียในมุมมองใหม่กันบ้าง แล้วจะรู้สึกว่า “ที่ผ่านมาฉันไปอยู่ที่ไหนมา” อินโดนีเซียยังมีที่เก๋ๆ ใกล้แค่เอื้อมให้ไปสัมผัสอีกเยอะเลย

…….

สนใจเที่ยวอินโดนีเซีย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Nikki Phinyapincha (Ms.)
Visit Indonesia Tourism Officer (VITO) Thailand & Indochina Deputy Country Manager
Ministry of Tourism, Republic of Indonesia
Phone:  +66 2664 4307 Mobile: +66 61 527 6999  Web:www.indonesia.travel และemail:     Nikki@asialife.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *