ฉลอง 45 ปี “สหกรณ์โคนมเชียงใหม่” เปิด “ร้านนมหน้าฟาร์ม” เชื่อมโยงการตลาดนมและผู้บริโภคนมในชุมชน

เมื่อวันที่ผ่านมา นายสุรเดช  สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในงานฉลองครบรอบ 45 ปี พร้อมเปิดร้านนมหน้าฟาร์ม สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด โดยมี นายบัลลังค์  ธรรมธิ  ประธานสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด และคณะกรรมการสหกรณ์ฯ ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งชิมผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพสูงล้านนาหลากหลายเมนู ชมการสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมจากผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงล้านนา ที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ อร่อย ถูกหลักอนามัย และได้คุณค่าทางโภชนาการของน้ำนมครบถ้วน

โดย สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ จัดพิธีเปิดงาน “ฉลองครบรอบ 45 ปี พร้อมเปิดร้านนมหน้าฟาร์ม สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด” เชื่อมโยงการตลาดนมและผู้บริโภคนมในชุมชน สร้างจุดจำหน่ายในการจำหน่ายเมนูจากผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงล้านนา เพื่อให้บริโภคได้รับประทานที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อร่อย สดใหม่ และปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งชม ชิม ผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพสูงล้านนาภายในงาน

สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด จดทะเบียนในรูปแบบสหกรณ์ เมื่อวันที่  17  กรกฎาคม  2517 ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมดจำนวน  135 ราย มีน้ำนมดิบ จำนวน 34.41 ตัน/วัน  จำนวนโคนมทั้งงหมด   5,854  ตัว  โครีดประมาณ  1,325 ตัว มีผลิตภัณฑ์จากน้ำนมของเกษตรกร ได้แก่ นมพาสเจอร์ไรส์   นม UHT ไอศกรีมนม ชา และกาแฟ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งมาตรฐาน GMP มาตรฐาน GMP CODEX  มาตรฐาน HACCP มาตรฐาน เครื่องหมายรับรอง HALAL และมาตรฐานนมคุณภาพสูงล้านนาภายใต้วิสัยทัศน์ “ธรรมชาติทุกหยด นมสดสหกรณ์” ซึ่งจะครบอายุการก่อตั้ง 45 ปี ในเดือนกรกฎาคมนี้

อีกทั้ง สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด ยังได้เข้าร่วมโครงการการสร้างร้าน “นมหน้าฟาร์ม” กับ กรมปศุสัตว์ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เชียงใหม่ และสำนักงานปศุสัตว์ 5 ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการบริโภคนมที่ผลิตได้ในชุมชนจากกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโดยตรง ให้ชุมชนได้รับประทานนมคุณภาพดี อร่อย สดใหม่ ปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม

โดย “ร้านนมหน้าฟาร์ม” จะเป็นจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากนมคุณภาพสูงล้านนา (Lanna High Quality Milk) ซึ่งเป็นนมที่ได้จากการพัฒนาตั้งแต่สายพันธ์โคนม กระบวนการเลี้ยงโคนม การรีดน้ำนม และการขนส่งน้ำนมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้น้ำนมดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีเชื้อจุลินทรีย์ต่ำ ปลอดโรคและยาปฏิชีวนะ อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นการบริโภคนมในชุมชนทุกช่วงวัย ให้ประชากรในชุมชนมีสุขภาพดี และยังเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับชุมชน ภูมิภาค ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีรายได้เพื่อการเลี้ยงดูตนเองและสังคมอย่างยั่งยืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *